เมืองเก่าอายุกว่า 100 ปี
Old Town over 100 years
เมืองเก่า...เรื่องเล่าไม่รู้จบ
Old Town over 100 years
Chinese-Thai Culture
Local Food
Beautiful Nature
Warm Community
“มาเที่ยวตะกั่วป่า ไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่คือการเรียนรู้ และเชื่อมโยงเรื่องราวของผู้คน”
สัมผัสเรื่องราว วัฒนธรรม วิถีชีวิต และธรรมชาติของตะกั่วป่า
สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นและตลาดเช้า
สัมผัสวิถีชีวิตยามเช้าของชาวตะกั่วป่า พร้อมชิมอาหารพื้นถิ่นสไตล์ฮกเกี้ยน
ช่วงเช้าตรู่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นวัน บรรยากาศตลาดสดเทศบาลเมืองตะกั่วป่าเต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวา ชาวบ้านออกมาจับจ่ายวัตถุดิบสดใหม่จากเรือประมง พืชผักสวนครัว และพบปะพูดคุยทักทายกันอย่างเป็นกันเอง
จุดเด่นของที่นี่คืออาหารเช้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณจะได้ลิ้มลองเมนูสืบทอดจากชาวจีนฮกเกี้ยน เช่น หมี่ซั่วลวกในน้ำซุปร้อนหอมหวาน ติ่มซำนึ่งสด ขนมจีบ ซาลาเปา กาแฟโบราณ และข้าวยำปักษ์ใต้กลิ่นหอมสมุนไพร
ถ้าโชคดีอย่าลืมแวะชิมขนมเบื้องโบราณร้านป้าหลัน แป้งโม่สดผสมข้าวสุกและมะพร้าวขูด สอดไส้ถั่วแดงหอมหวานน้ำตาลอ้อย ซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองแท้ที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน
นิทรรศการเรื่องราวเมืองเก่าตะกั่วป่าและชุมชนชาวจีน
ย้อนมองรากเหง้าชุมชนชาวจีนผ่านอาคารโรงเรียนโบราณใจกลางเมืองเก่าตะกั่วป่า
อาคารเก่าสองชั้นหลังนี้คือโรงเรียนเต้าหมิง สถานศึกษาภาษาจีนแห่งแรกและแห่งเดียวของเมืองเก่าตะกั่วป่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2465 โดยความร่วมมือของกลุ่มคหบดีและพ่อค้าชาวจีนเหมืองแร่ดีบุก เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ภาษาและสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิม
เดิมทีโรงเรียนมีชื่อสำเนียงฮกเกี้ยนว่าโต๊ะเบ๋ง ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อจีนกลางว่าเต้าหมิง ซึ่งมีความหมายงดงามว่านำทางสู่ความสว่าง เอกลักษณ์สะดุดตาคือหน้าจั่วปูนปั้นรูปดวงอาทิตย์เปล่งรัศมี 12 แฉกที่สะท้อนแนวคิดยุคสาธารณรัฐจีน
แม้ปัจจุบันจะปิดการเรียนการสอนไปแล้ว แต่อาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีสประยุกต์แห่งนี้ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ ให้คุณได้สัมผัสเรื่องราวและความรุ่งเรืองของชุมชนชาวจีนในอดีต
ศิลปะตัดกระดาษโบราณ หรือเบลนด์ชา 'ชูใบชา'
สัมผัสวัฒนธรรมมีชีวิตผ่านศิลปะตัดกระดาษจีนมงคลและประสบการณ์เบลนด์ชาชูใบชา
กิจกรรมช่วงสายพาคุณมาสัมผัสเสน่ห์งานฝีมือและวัฒนธรรมการดื่มชาที่ผูกพันกับชาวไทยเชื้อสายจีน เริ่มจากการชมสาธิตศิลปะการตัดกระดาษจีนโบราณ หรือเจี่ยนจื่อ งานหัตถศิลป์ที่อาศัยความประณีต บรรจงตัดกระดาษสีแดงเป็นลวดลายมงคลและตัวอักษรมงคลที่นิยมประดับในเทศกาล
ถัดมาคือการเรียนรู้วัฒนธรรมชาสมัยใหม่กับแบรนด์ ชูใบชา จากร้านบ้านใบ บาร์ชาคราฟต์ที่นำใบชาและพืชสมุนไพรธรรมชาติมาเบลนด์สดใหม่ตามความชอบและสุขภาพของแต่ละคน
คุณจะได้สูดกลิ่นหอมของใบชา ฟังเรื่องราวคุณประโยชน์ของพืชพรรณ และจิบชารสละมุนที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เป็นการพักผ่อนที่เติมความสดชื่นก่อนออกเดินชมเมือง
แวะซื้อของพื้นเมืองและของที่ระลึก ถนนศรีตะกั่วป่า
เดินทอดน่องใต้ซุ้มโค้งหง่อคาขี่ ชมตึกแถวชิโนโปรตุกีสบนถนนศรีตะกั่วป่า
ถนนศรีตะกั่วป่าคือหัวใจของย่านเมืองเก่าที่ยังคงรักษากลิ่นอายความรุ่งเรืองยุคเหมืองแร่ดีบุกไว้ได้อย่างสมบูรณ์ สองฝั่งถนนเรียงรายด้วยตึกแถวโบราณสไตล์ชิโนโปรตุกีส ก่ออิฐถือปูนสองชั้น โดดเด่นด้วยซุ้มโค้ง ลวดลายปูนปั้นยุโรปผสมผสานลวดลายมงคลแบบจีน
เอกลักษณ์สำคัญที่ต้องสังเกตคือ หง่อคาขี่ หรือทางเดินใต้ชายคาหน้าตึกกว้าง 5 ฟุต ที่เชื่อมต่อกันตลอดแนว ช่วยบังแดดหลบฝนตามภูมิปัญญาการสร้างเมืองในเขตมรสุม
ระหว่างทางคุณจะได้แวะสักการะศาลเจ้าพ่อกวนอู หรืออ๊ามใต้ ศูนย์รวมจิตใจของชาวตลาดใหญ่ ชมภาพวาดสตรีทอาร์ตตามมุมตึก และแวะเลือกซื้อของที่ระลึกท้องถิ่นจากร้านค้าของคนในชุมชน
ปลูกไม้ไร้กระถาง (Kokedama) หรือ ทำของที่ระลึกผ้าปาเต๊ะ
ลงมือสร้างงานศิลปะทำมือ ทั้งโคเคดามะต้นไม้หุ้มมอสและของที่ระลึกผ้าปาเต๊ะ
เติมเต็มความทรงจำด้วยกิจกรรมงานฝีมือที่คุณสามารถเลือกทำได้ตามความสนใจ กิจกรรมแรกคือการทำโคเคดามะ ศิลปะการปลูกต้นไม้ไร้กระถางสไตล์ญี่ปุ่น โดยนำดินผสมและมอสสดมาปั้นหุ้มรากไม้เป็นก้อนกลม ผูกร้อยด้วยเชือก เป็นงานอดิเรกที่ช่วยฝึกสมาธิและได้ต้นไม้เขียวสดชื่นกลับไปตั้งโต๊ะทำงาน
อีกตัวเลือกคือการทำของที่ระลึกจากผ้าปาเต๊ะ ผ้าลวดลายเอกลักษณ์ประจำถิ่นอันดามันที่สะท้อนวัฒนธรรมการแต่งกายของสตรีบาบ๋า คุณจะได้นำเศษผ้าปาเต๊ะหลากสีสันมาตัดเย็บประดิษฐ์เป็นของใช้ชิ้นเล็ก เช่น พวงกุญแจ หรือยางรัดผม
กิจกรรมนี้นอกจากจะได้ผลงานทำมือชิ้นเดียวในโลกกลับบ้านแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์และชุมชนท้องถิ่นในเมืองเก่าตะกั่วป่าโดยตรง
เมนูเด็ดตะกั่วป่า รสชาติดั้งเดิมที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น
ลิ้มรสสำรับพื้นถิ่นตะกั่วป่าที่ผสมผสานรสชาติฮกเกี้ยนและปักษ์ใต้อย่างลงตัว
มื้อเที่ยงคือเวลาลิ้มลองความอร่อยของอาหารพื้นบ้านตะกั่วป่า เมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ เบือทอด ที่นำหญ้าช้อง พืชน้ำลำต้นเรียวยาวที่ขึ้นตามธารน้ำสะอาดตามธรรมชาติมาชุบแป้งเครื่องแกงใต้ วางกุ้งสดด้านบนแล้วทอดจนกรอบ ทานคู่น้ำช้อ น้ำจิ้มเปรี้ยวหวานกลมกล่อม
นอกจากนี้ยังมี หมูฮ้อง หมูสามชั้นเคี่ยวซีอิ๊วและเครื่องเทศจนนุ่มละลายในปากตามสูตรบาบ๋า จอแหรัง เมนูแกงกะทิกุ้งสดโบราณหอมขมิ้นและสมุนไพร และน้ำชุบหยำ ทานแนมกับผักเหนาะสดๆ หลากชนิด
ปิดท้ายมื้อด้วยขนมเต้าส้อ ขนมเปี๊ยะโบราณลูกพอดีคำ เปลือกบางกรอบ ไส้ถั่วกวนหวานเค็มไข่เค็ม รสชาติดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองท่าเหมืองแร่และวัดโบราณ
ชมอุโบสถศิลปะจีนและกำแพงศิลาประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นโดยเจ้าเมืองตะกั่วป่า
ช่วงบ่ายเริ่มต้นที่วัดเสนานุชรังสรรค์ โบราณสถานสำคัญที่สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2390 ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระยาเสนานุชิต (นุช ณ นคร) ผู้สำเร็จราชการเมืองตะกั่วป่า
ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดใหม่กำแพง เนื่องจากมีแนวกำแพงอิฐถือปูนสูง 2 เมตรล้อมรอบทั้งสี่ด้าน พระอุโบสถก่ออิฐถือปูนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีนตามพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 มีเสารายรับพาไลโดยรอบ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. 2539
ในอดีตวัดแห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธานโลหะศิลปะรัตนโกสินทร์ และเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การสร้างบ้านแปงเมืองตะกั่วป่าที่ทรงคุณค่า
ชมธรรมชาติและพันธุ์ไม้หายาก สักการะพระบรมธาตุเจดีย์
ขึ้นเขาสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ วัดคีรีเขต พร้อมชมทัศนียภาพธรรมชาติอันร่มรื่น
ออกเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาพระพุทธบาทที่วัดพระธาตุคีรีเขต หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันติดปากว่า วัดลุ่ม วัดโบราณที่ได้รับการจัดตั้งมั่นคงขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2436
ไฮไลต์สำคัญบนยอดเขาคือ พระบรมธาตุเจดีย์ ศิลปะศรีวิชัยประยุกต์ ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม ด้านบนเป็นรูปบาตรซ้อนกัน 5 ใบ ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในโกศทองคำอันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองตะกั่วป่า
บริเวณรอบองค์เจดีย์โอบล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี อากาศบริสุทธิ์สดชื่น และมองเห็นทัศนียภาพทิวเขาตะกั่วป่าได้อย่างกว้างไกล เป็นจุดพักใจที่ให้ทั้งความสงบทางธรรมและความสบายใจจากธรรมชาติ
เจดีย์ทรงเหลี่ยมสีทองอร่าม สัญลักษณ์แห่งศรัทธา
กราบพระธาตุตะโกลาสีทองอร่ามและขอพรพ่อท่านเจ้าฟ้า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์
เดินทางมายังวัดคงคาภิมุข วัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2305 เดิมชื่อวัดคงคาตามทำเลที่ตั้งริมน้ำ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นวัดคงคาภิมุขในปี พ.ศ. 2483
ความโดดเด่นของวัดคือ พระธาตุตะโกลา เจดีย์ทรงเหลี่ยมสีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านสะท้อนแสงแดดยามบ่าย ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ โดยชื่อตะโกลาเชื่อมโยงกับชื่อเมืองท่าโบราณของตะกั่วป่า
ภายในพระอุโบสถเก่าแก่ที่ขึ้นทะเบียนโบราณสถานในปี พ.ศ. 2539 ประดิษฐาน พ่อท่านเจ้าฟ้า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่มีตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นโดยเชื้อพระวงศ์ชั้นเจ้าฟ้าในสมัยอยุธยา ซึ่งชาวบ้านนิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ร่องรอยประวัติศาสตร์ยุคเหมืองแร่แห่งเมืองตะกั่วป่า
ชมสะพานเหล็กประวัติศาสตร์สร้างจากเรือขุดแร่ ทอดข้ามแม่น้ำตะกั่วป่ายามเย็น
สะพานเหล็กบุญสูง หรือสะพานเหล็กโคกขนุน คืออนุสรณ์สถานที่มีชีวิตของยุคเหมืองแร่ดีบุกเฟื่องฟู สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2511 โดยนายจุติ บุญสูง เจ้าของบริษัทเรือขุดแร่ จุติบุญสูง จำกัด เพื่อทดแทนสะพานไม้เดิมและช่วยให้คนงานรวมถึงชาวบ้านสัญจรข้ามคลองตะกั่วป่าได้อย่างสะดวก
ความพิเศษคือโครงสร้างสะพานสร้างขึ้นจากการนำชิ้นส่วนเหล็กกล้าของเรือขุดแร่ดีบุกเก่าที่ปลดระวางแล้วมาประกอบขึ้นใหม่ มีความยาวรวมประมาณ 200 เมตร ทอดข้ามลำน้ำและทุ่งหญ้าธรรมชาติ
ยามแดดร่มลมตก แสงสีทองของอาทิตย์อัสดงจะสาดกระทบโครงเหล็กและผิวน้ำ เกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามและเงียบสงบ คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านเดินและปั่นจักรยานข้ามสะพานเคียงคู่กับฉากหลังทิวเขาเขียวขจี
ส่งกลับพร้อมความประทับใจและความทรงจำอันอบอุ่น
ปิดทริปด้วยความประทับใจในมนต์เสน่ห์เมืองท่าตะโกลาและมรดกเหมืองแร่อันดามัน
การเดินทางหนึ่งวันเต็มในตะกั่วป่าสิ้นสุดลงพร้อมความทรงจำที่เปี่ยมคุณค่า ตะกั่วป่าไม่ใช่เพียงเมืองทางผ่าน แต่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสองพันปี นับตั้งแต่ยุคเป็นเมืองท่าโบราณ ตะโกลา ที่ปรากฏชื่อในแผนที่ของปโตเลมี นักภูมิศาสตร์กรีกในคริสต์ศตวรรษที่ 2 เชื่อมโยงการค้าข้ามคาบสมุทรตั้งแต่เกาะคอเขาและทุ่งตึก
ผ่านกาลเวลาสู่ยุคทองของเหมืองแร่ดีบุกที่หล่อหลอมผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งชาวไทย จีนฮกเกี้ยน และมลายู จนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส วิถีชีวิตเปอรานากัน และอาหารรสเลิศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เมื่อเหมืองแร่ปิดตัวลง สิ่งที่ยังคงอยู่คือหัวใจอันอบอุ่นของชาวชุมชนและมรดกทางวัฒนธรรมที่พร้อมต้อนรับคุณกลับมาเยือนอีกครั้ง ขอให้คุณเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพพร้อมความสุขและความประทับใจไม่รู้ลืม
OLD TOWN + CULTURE + CRAFT + FOOD · เรื่องราวดียๆ รอให้คุณมาค้นพบ
สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นและตลาดเช้า
สัมผัสวิถีชีวิตยามเช้าของชาวตะกั่วป่า พร้อมชิมอาหารพื้นถิ่นสไตล์ฮกเกี้ยน
ช่วงเช้าตรู่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นวัน บรรยากาศตลาดสดเทศบาลเมืองตะกั่วป่าเต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวา ชาวบ้านออกมาจับจ่ายวัตถุดิบสดใหม่จากเรือประมง พืชผักสวนครัว และพบปะพูดคุยทักทายกันอย่างเป็นกันเอง
จุดเด่นของที่นี่คืออาหารเช้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณจะได้ลิ้มลองเมนูสืบทอดจากชาวจีนฮกเกี้ยน เช่น หมี่ซั่วลวกในน้ำซุปร้อนหอมหวาน ติ่มซำนึ่งสด ขนมจีบ ซาลาเปา กาแฟโบราณ และข้าวยำปักษ์ใต้กลิ่นหอมสมุนไพร
ถ้าโชคดีอย่าลืมแวะชิมขนมเบื้องโบราณร้านป้าหลัน แป้งโม่สดผสมข้าวสุกและมะพร้าวขูด สอดไส้ถั่วแดงหอมหวานน้ำตาลอ้อย ซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองแท้ที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน
นิทรรศการเรื่องราวเมืองเก่าตะกั่วป่า
ย้อนมองรากเหง้าชุมชนชาวจีนผ่านอาคารโรงเรียนโบราณใจกลางเมืองเก่าตะกั่วป่า
อาคารเก่าสองชั้นหลังนี้คือโรงเรียนเต้าหมิง สถานศึกษาภาษาจีนแห่งแรกและแห่งเดียวของเมืองเก่าตะกั่วป่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2465 โดยความร่วมมือของกลุ่มคหบดีและพ่อค้าชาวจีนเหมืองแร่ดีบุก เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ภาษาและสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิม
เดิมทีโรงเรียนมีชื่อสำเนียงฮกเกี้ยนว่าโต๊ะเบ๋ง ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อจีนกลางว่าเต้าหมิง ซึ่งมีความหมายงดงามว่านำทางสู่ความสว่าง เอกลักษณ์สะดุดตาคือหน้าจั่วปูนปั้นรูปดวงอาทิตย์เปล่งรัศมี 12 แฉกที่สะท้อนแนวคิดยุคสาธารณรัฐจีน
แม้ปัจจุบันจะปิดการเรียนการสอนไปแล้ว แต่อาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีสประยุกต์แห่งนี้ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ ให้คุณได้สัมผัสเรื่องราวและความรุ่งเรืองของชุมชนชาวจีนในอดีต
ศิลปะตัดกระดาษโบราณ หรือเบลนด์ชา 'ชูใบชา'
สัมผัสวัฒนธรรมมีชีวิตผ่านศิลปะตัดกระดาษจีนมงคลและประสบการณ์เบลนด์ชาชูใบชา
กิจกรรมช่วงสายพาคุณมาสัมผัสเสน่ห์งานฝีมือและวัฒนธรรมการดื่มชาที่ผูกพันกับชาวไทยเชื้อสายจีน เริ่มจากการชมสาธิตศิลปะการตัดกระดาษจีนโบราณ หรือเจี่ยนจื่อ งานหัตถศิลป์ที่อาศัยความประณีต บรรจงตัดกระดาษสีแดงเป็นลวดลายมงคลและตัวอักษรมงคลที่นิยมประดับในเทศกาล
ถัดมาคือการเรียนรู้วัฒนธรรมชาสมัยใหม่กับแบรนด์ ชูใบชา จากร้านบ้านใบ บาร์ชาคราฟต์ที่นำใบชาและพืชสมุนไพรธรรมชาติมาเบลนด์สดใหม่ตามความชอบและสุขภาพของแต่ละคน
คุณจะได้สูดกลิ่นหอมของใบชา ฟังเรื่องราวคุณประโยชน์ของพืชพรรณ และจิบชารสละมุนที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เป็นการพักผ่อนที่เติมความสดชื่นก่อนออกเดินชมเมือง
แวะซื้อของพื้นเมืองและของที่ระลึก
เดินทอดน่องใต้ซุ้มโค้งหง่อคาขี่ ชมตึกแถวชิโนโปรตุกีสบนถนนศรีตะกั่วป่า
ถนนศรีตะกั่วป่าคือหัวใจของย่านเมืองเก่าที่ยังคงรักษากลิ่นอายความรุ่งเรืองยุคเหมืองแร่ดีบุกไว้ได้อย่างสมบูรณ์ สองฝั่งถนนเรียงรายด้วยตึกแถวโบราณสไตล์ชิโนโปรตุกีส ก่ออิฐถือปูนสองชั้น โดดเด่นด้วยซุ้มโค้ง ลวดลายปูนปั้นยุโรปผสมผสานลวดลายมงคลแบบจีน
เอกลักษณ์สำคัญที่ต้องสังเกตคือ หง่อคาขี่ หรือทางเดินใต้ชายคาหน้าตึกกว้าง 5 ฟุต ที่เชื่อมต่อกันตลอดแนว ช่วยบังแดดหลบฝนตามภูมิปัญญาการสร้างเมืองในเขตมรสุม
ระหว่างทางคุณจะได้แวะสักการะศาลเจ้าพ่อกวนอู หรืออ๊ามใต้ ศูนย์รวมจิตใจของชาวตลาดใหญ่ ชมภาพวาดสตรีทอาร์ตตามมุมตึก และแวะเลือกซื้อของที่ระลึกท้องถิ่นจากร้านค้าของคนในชุมชน
ทำโคเคดามะ (Kokedama) หรือ ของที่ระลึกผ้าปาเต๊ะ
ลงมือสร้างงานศิลปะทำมือ ทั้งโคเคดามะต้นไม้หุ้มมอสและของที่ระลึกผ้าปาเต๊ะ
เติมเต็มความทรงจำด้วยกิจกรรมงานฝีมือที่คุณสามารถเลือกทำได้ตามความสนใจ กิจกรรมแรกคือการทำโคเคดามะ ศิลปะการปลูกต้นไม้ไร้กระถางสไตล์ญี่ปุ่น โดยนำดินผสมและมอสสดมาปั้นหุ้มรากไม้เป็นก้อนกลม ผูกร้อยด้วยเชือก เป็นงานอดิเรกที่ช่วยฝึกสมาธิและได้ต้นไม้เขียวสดชื่นกลับไปตั้งโต๊ะทำงาน
อีกตัวเลือกคือการทำของที่ระลึกจากผ้าปาเต๊ะ ผ้าลวดลายเอกลักษณ์ประจำถิ่นอันดามันที่สะท้อนวัฒนธรรมการแต่งกายของสตรีบาบ๋า คุณจะได้นำเศษผ้าปาเต๊ะหลากสีสันมาตัดเย็บประดิษฐ์เป็นของใช้ชิ้นเล็ก เช่น พวงกุญแจ หรือยางรัดผม
กิจกรรมนี้นอกจากจะได้ผลงานทำมือชิ้นเดียวในโลกกลับบ้านแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์และชุมชนท้องถิ่นในเมืองเก่าตะกั่วป่าโดยตรง
ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองเมนูเด็ดตะกั่วป่า
ลิ้มรสสำรับพื้นถิ่นตะกั่วป่าที่ผสมผสานรสชาติฮกเกี้ยนและปักษ์ใต้อย่างลงตัว
มื้อเที่ยงคือเวลาลิ้มลองความอร่อยของอาหารพื้นบ้านตะกั่วป่า เมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ เบือทอด ที่นำหญ้าช้อง พืชน้ำลำต้นเรียวยาวที่ขึ้นตามธารน้ำสะอาดตามธรรมชาติมาชุบแป้งเครื่องแกงใต้ วางกุ้งสดด้านบนแล้วทอดจนกรอบ ทานคู่น้ำช้อ น้ำจิ้มเปรี้ยวหวานกลมกล่อม
นอกจากนี้ยังมี หมูฮ้อง หมูสามชั้นเคี่ยวซีอิ๊วและเครื่องเทศจนนุ่มละลายในปากตามสูตรบาบ๋า จอแหรัง เมนูแกงกะทิกุ้งสดโบราณหอมขมิ้นและสมุนไพร และน้ำชุบหยำ ทานแนมกับผักเหนาะสดๆ หลากชนิด
ปิดท้ายมื้อด้วยขนมเต้าส้อ ขนมเปี๊ยะโบราณลูกพอดีคำ เปลือกบางกรอบ ไส้ถั่วกวนหวานเค็มไข่เค็ม รสชาติดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
HISTORY + HERITAGE + NATURE + FAITH · ความงดงามแห่งศรัทธาและสายน้ำตะกั่วป่า
ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองเมนูเด็ดตะกั่วป่า
ลิ้มรสสำรับพื้นถิ่นตะกั่วป่าที่ผสมผสานรสชาติฮกเกี้ยนและปักษ์ใต้อย่างลงตัว
มื้อเที่ยงคือเวลาลิ้มลองความอร่อยของอาหารพื้นบ้านตะกั่วป่า เมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ เบือทอด ที่นำหญ้าช้อง พืชน้ำลำต้นเรียวยาวที่ขึ้นตามธารน้ำสะอาดตามธรรมชาติมาชุบแป้งเครื่องแกงใต้ วางกุ้งสดด้านบนแล้วทอดจนกรอบ ทานคู่น้ำช้อ น้ำจิ้มเปรี้ยวหวานกลมกล่อม
นอกจากนี้ยังมี หมูฮ้อง หมูสามชั้นเคี่ยวซีอิ๊วและเครื่องเทศจนนุ่มละลายในปากตามสูตรบาบ๋า จอแหรัง เมนูแกงกะทิกุ้งสดโบราณหอมขมิ้นและสมุนไพร และน้ำชุบหยำ ทานแนมกับผักเหนาะสดๆ หลากชนิด
ปิดท้ายมื้อด้วยขนมเต้าส้อ ขนมเปี๊ยะโบราณลูกพอดีคำ เปลือกบางกรอบ ไส้ถั่วกวนหวานเค็มไข่เค็ม รสชาติดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองท่าเหมืองแร่และวัดโบราณ
ชมอุโบสถศิลปะจีนและกำแพงศิลาประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นโดยเจ้าเมืองตะกั่วป่า
ช่วงบ่ายเริ่มต้นที่วัดเสนานุชรังสรรค์ โบราณสถานสำคัญที่สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2390 ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระยาเสนานุชิต (นุช ณ นคร) ผู้สำเร็จราชการเมืองตะกั่วป่า
ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดใหม่กำแพง เนื่องจากมีแนวกำแพงอิฐถือปูนสูง 2 เมตรล้อมรอบทั้งสี่ด้าน พระอุโบสถก่ออิฐถือปูนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีนตามพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 มีเสารายรับพาไลโดยรอบ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. 2539
ในอดีตวัดแห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธานโลหะศิลปะรัตนโกสินทร์ และเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การสร้างบ้านแปงเมืองตะกั่วป่าที่ทรงคุณค่า
ชมธรรมชาติและพันธุ์ไม้หายาก สักการะพระบรมธาตุเจดีย์
ขึ้นเขาสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ วัดคีรีเขต พร้อมชมทัศนียภาพธรรมชาติอันร่มรื่น
ออกเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาพระพุทธบาทที่วัดพระธาตุคีรีเขต หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันติดปากว่า วัดลุ่ม วัดโบราณที่ได้รับการจัดตั้งมั่นคงขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2436
ไฮไลต์สำคัญบนยอดเขาคือ พระบรมธาตุเจดีย์ ศิลปะศรีวิชัยประยุกต์ ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม ด้านบนเป็นรูปบาตรซ้อนกัน 5 ใบ ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในโกศทองคำอันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองตะกั่วป่า
บริเวณรอบองค์เจดีย์โอบล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี อากาศบริสุทธิ์สดชื่น และมองเห็นทัศนียภาพทิวเขาตะกั่วป่าได้อย่างกว้างไกล เป็นจุดพักใจที่ให้ทั้งความสงบทางธรรมและความสบายใจจากธรรมชาติ
เจดีย์ทรงเหลี่ยมสีทองอร่าม สัญลักษณ์แห่งศรัทธา
กราบพระธาตุตะโกลาสีทองอร่ามและขอพรพ่อท่านเจ้าฟ้า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์
เดินทางมายังวัดคงคาภิมุข วัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2305 เดิมชื่อวัดคงคาตามทำเลที่ตั้งริมน้ำ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นวัดคงคาภิมุขในปี พ.ศ. 2483
ความโดดเด่นของวัดคือ พระธาตุตะโกลา เจดีย์ทรงเหลี่ยมสีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านสะท้อนแสงแดดยามบ่าย ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ โดยชื่อตะโกลาเชื่อมโยงกับชื่อเมืองท่าโบราณของตะกั่วป่า
ภายในพระอุโบสถเก่าแก่ที่ขึ้นทะเบียนโบราณสถานในปี พ.ศ. 2539 ประดิษฐาน พ่อท่านเจ้าฟ้า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่มีตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นโดยเชื้อพระวงศ์ชั้นเจ้าฟ้าในสมัยอยุธยา ซึ่งชาวบ้านนิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ร่องรอยประวัติศาสตร์ยุคเหมืองแร่แห่งเมืองตะกั่วป่า
ชมสะพานเหล็กประวัติศาสตร์สร้างจากเรือขุดแร่ ทอดข้ามแม่น้ำตะกั่วป่ายามเย็น
สะพานเหล็กบุญสูง หรือสะพานเหล็กโคกขนุน คืออนุสรณ์สถานที่มีชีวิตของยุคเหมืองแร่ดีบุกเฟื่องฟู สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2511 โดยนายจุติ บุญสูง เจ้าของบริษัทเรือขุดแร่ จุติบุญสูง จำกัด เพื่อทดแทนสะพานไม้เดิมและช่วยให้คนงานรวมถึงชาวบ้านสัญจรข้ามคลองตะกั่วป่าได้อย่างสะดวก
ความพิเศษคือโครงสร้างสะพานสร้างขึ้นจากการนำชิ้นส่วนเหล็กกล้าของเรือขุดแร่ดีบุกเก่าที่ปลดระวางแล้วมาประกอบขึ้นใหม่ มีความยาวรวมประมาณ 200 เมตร ทอดข้ามลำน้ำและทุ่งหญ้าธรรมชาติ
ยามแดดร่มลมตก แสงสีทองของอาทิตย์อัสดงจะสาดกระทบโครงเหล็กและผิวน้ำ เกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามและเงียบสงบ คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านเดินและปั่นจักรยานข้ามสะพานเคียงคู่กับฉากหลังทิวเขาเขียวขจี
ส่งกลับพร้อมความประทับใจและความทรงจำอันอบอุ่น
ปิดทริปด้วยความประทับใจในมนต์เสน่ห์เมืองท่าตะโกลาและมรดกเหมืองแร่อันดามัน
การเดินทางหนึ่งวันเต็มในตะกั่วป่าสิ้นสุดลงพร้อมความทรงจำที่เปี่ยมคุณค่า ตะกั่วป่าไม่ใช่เพียงเมืองทางผ่าน แต่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสองพันปี นับตั้งแต่ยุคเป็นเมืองท่าโบราณ ตะโกลา ที่ปรากฏชื่อในแผนที่ของปโตเลมี นักภูมิศาสตร์กรีกในคริสต์ศตวรรษที่ 2 เชื่อมโยงการค้าข้ามคาบสมุทรตั้งแต่เกาะคอเขาและทุ่งตึก
ผ่านกาลเวลาสู่ยุคทองของเหมืองแร่ดีบุกที่หล่อหลอมผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งชาวไทย จีนฮกเกี้ยน และมลายู จนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส วิถีชีวิตเปอรานากัน และอาหารรสเลิศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เมื่อเหมืองแร่ปิดตัวลง สิ่งที่ยังคงอยู่คือหัวใจอันอบอุ่นของชาวชุมชนและมรดกทางวัฒนธรรมที่พร้อมต้อนรับคุณกลับมาเยือนอีกครั้ง ขอให้คุณเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพพร้อมความสุขและความประทับใจไม่รู้ลืม
LOCAL MORNING MARKET
สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น
TAO MING SCHOOL
แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์
PAPER CUTTING / TEA-BLENDING
กิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น
OLD TOWN WALK
สถาปัตยกรรมงดงาม
WORKSHOP
ทำของที่ระลึกสุดประทับใจ
LOCAL FOOD
รสชาติดั้งเดิมท้องถิ่น
MUSEUM & WAT SENANUCH
เรียนรู้ประวัติตะกั่วป่า
PHRA BOROMMATHAT CHEDI
ศรัทธาและธรรมชาติ
BOON SOONG IRON BRIDGE
ร่องรอยอดีตเหมืองแร่
สร้างไว้ขนแร่ดีบุกข้ามแม่น้ำ วันนี้เป็นทางเดินและทางจักรยานของคนในเมือง